อัพเดทล่าสุด: กันยายน 2569 · เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight ผู้ออกแบบและติดตั้งไฟสนามกีฬากว่า 15 ปี
แสงสนามเทนนิสที่ดีต้องทำให้เห็นลูกและเส้นสนามได้ทั่วพื้นที่เล่นรวมถึงบริเวณวิ่งรับลูก พร้อมควบคุมแสงแยงตาผู้เล่นและแสงรบกวนภายนอก การเริ่มต้นจากตัวเลข lux ตัวเดียวหรือเลือกวัตต์ก่อนทราบขนาดพื้นที่มักทำให้เปรียบเทียบระบบผิด เพราะสนามในร่ม กลางแจ้ง และงานถ่ายทอดสดมีเงื่อนไขต่างกัน บทความนี้รวบรวมเกณฑ์จากมาตรฐานและสหพันธ์หลักที่ใช้อ้างอิงจริง พร้อมข้อควรระวังในการนำตัวเลขไปใช้
สนามเทนนิสมีเงื่อนไขต่างจากกีฬาอื่นตรงที่ต้องมองเห็นทั้งลูกและเส้นสนามทั่วพื้นที่เล่น รวมถึงบริเวณที่ผู้เล่นวิ่งรับลูกนอกเส้น ไม่ใช่แค่กลางคอร์ต การออกแบบต้องควบคุมแสงแยงตาของผู้เล่นและแสงที่รบกวนบริเวณโดยรอบไปพร้อมกัน สนามในร่ม สนามกลางแจ้ง และสนามที่มีการถ่ายทอดสดมีเงื่อนไขทางเทคนิคต่างกันมาก การหยิบตัวเลขความสว่างค่าเดียวหรือเลือกกำลังวัตต์ของโคมก่อนทราบขนาดพื้นที่จริง มักทำให้เปรียบเทียบระบบผิดตั้งแต่ต้น
สรุปสั้น: การออกแบบไฟสนามเทนนิสต้องเริ่มจากระดับการเล่น พื้นที่ที่ต้องประเมิน และเงื่อนไขกล้องถ่ายทอดสด (ถ้ามี) ก่อนเลือกระดับแสงและรูปแบบโคม ความสม่ำเสมอ การมองเห็นลูก และการจำกัดแสงรบกวนต้องประเมินร่วมกับประสิทธิภาพพลังงานเสมอ
แหล่งมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงไฟสนามเทนนิสมีหลายฉบับ แต่ละฉบับกำหนดค่าและขอบเขตพื้นที่ต่างกัน การหยิบตัวเลขจากคนละแหล่งมาเทียบกันตรงๆ โดยไม่ดูว่าพูดถึงพื้นที่ไหนและระดับใด ทำให้สรุปผิดได้ง่าย
ITF Facilities Guide หน้า 55 ให้ตารางสรุปเกณฑ์แสงสนามกลางแจ้ง แบ่งเป็น Class I, II, III ค่าเฉลี่ยแนวนอนขั้นต่ำอยู่ที่มากกว่า 500, มากกว่า 300 และมากกว่า 200 lux ตามลำดับ และอัตราความสม่ำเสมอต่ำสุดต่อค่าเฉลี่ยมากกว่า 0.7, มากกว่า 0.7 และมากกว่า 0.6 ตามลำดับ
ข้อควรระวัง: คู่มือฉบับมิถุนายน 2020 อ้างอิงมาตรฐาน EN 12193:2008 ในบทว่าด้วยแสงสว่าง และไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องงานถ่ายทอดโทรทัศน์ จึงไม่ใช่หลักฐานว่าตัวเลขทุกตัวตรงกับข้อกำหนดถ่ายทอดสดหรือมาตรฐาน EN ฉบับปัจจุบัน ต้องอ่านปีฉบับและขอบเขตของเอกสารก่อนอ้างอิงเสมอ
หน้าทางการของ BS EN 12193:2018 Light and lighting: Sports lighting ระบุการปรับปรุงเรื่องการแสดงสี ตารางกีฬา และความต้องการของกล้องถ่ายทอดจากฉบับก่อนหน้า หลักฐานนี้เตือนว่าตารางเก่าที่พบทางอินเทอร์เน็ตไม่ควรถูกนำมาใช้ทั้งชุดเพียงเพราะมีชื่อ EN 12193 เหมือนกัน ต้องตรวจว่าเป็นฉบับปีใดก่อนใช้ทุกครั้ง
LTA ให้คำแนะนำสนามกลางแจ้งโดยแยกสองพื้นที่ชัดเจน คือ Principal Playing Area (PPA) และ Total Playing Area (TPA) ระดับแนะนำอยู่ที่ 500 lux ใน PPA และ 400 lux ใน TPA โดยมีความสม่ำเสมอ 0.7 และ 0.6 ตามลำดับ ส่วนระดับขั้นต่ำที่แนะนำคือ 400 lux ใน PPA และ 300 lux ใน TPA โดยคงอัตราความสม่ำเสมอเดียวกัน
ประเด็นสำคัญ: ไม่ใช่การเลือกว่าตัวเลขของสำนักใด "สูงกว่าแล้วดีกว่า" แต่ต้องระบุว่าแต่ละสำนักกำลังพูดถึงพื้นที่ใดและระดับใด PPA กับ TPA ไม่ควรถูกแทนด้วยพื้นที่เส้นตีลูกเพียงอย่างเดียว และขนาดพื้นที่ประเมินต้องอ้างอิงตามเอกสารที่เลือกใช้ ไม่ดึงนิยามจากกีฬาอื่นมาใช้กับเทนนิส แนวทางของ LTA เป็นคำแนะนำของ LTA เอง ไม่ใช่ข้อบังคับให้ทุกสนามในไทยต้องใช้เหมือนกัน
สองสนามอาจมีค่าความสว่างเฉลี่ยเท่ากันได้ แต่สนามหนึ่งสว่างเฉพาะกลางคอร์ตและมืดบริเวณที่ผู้เล่นวิ่งรับลูก ขณะที่อีกสนามกระจายแสงได้ดีกว่าทั่วพื้นที่ จึงสรุปคุณภาพระบบแสงจากค่าเฉลี่ยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทราบค่าต่ำสุด ความสม่ำเสมอของแสง ตำแหน่งจุดวัด และสภาพการเปิดใช้งานโคมประกอบด้วยเสมอ
ผู้เล่นเทนนิสไม่ได้มองพื้นตลอดเวลา จังหวะเสิร์ฟและการรับลูกโด่งทำให้ต้องเงยมองผ่านตำแหน่งที่อาจเห็นหน้าโคมส่องแสงโดยตรง การออกแบบจึงต้องพิจารณามุมมองจากทั้งสองฝั่งสนามและบริเวณท้ายสนาม รวมถึงการบังแสงจากรั้วหรือสิ่งปลูกสร้างรอบข้าง ไม่ใช่เพิ่มค่าลักซ์ให้สูงขึ้นโดยไม่เปลี่ยนทิศทางแสง
ข้อควรระวัง: คำแนะนำให้ติดตั้งโคมสองข้างสนามเป็นจุดเริ่มต้นที่มีเหตุผล แต่ความสูงเสา ระยะห่างระหว่างเสา และมุมเล็งโคมต้องทำงานร่วมกันเสมอ เสาที่สูงขึ้นอาจช่วยเปลี่ยนมุมแสงและลดความจำเป็นที่ต้องเล็งเกือบแนวนอน แต่ก็มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างและพื้นที่ ไม่ควรรับรองว่าความสูงเสาค่าใดค่าหนึ่งเพียงอย่างเดียวจะทำให้ทุกสนามออกแบบถูกต้อง ต้องประเมินร่วมกับระยะเสาและมุมเล็งเสมอ
ค่าลูเมนต่อวัตต์แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแสงที่โคมผลิตได้กับกำลังไฟที่ใช้ แต่ปริมาณแสงที่ไปตกในพื้นที่ต้องการยังขึ้นกับเลนส์ ตำแหน่งติดตั้ง และแนวเล็งของโคมด้วย โคมที่ให้ค่าลูเมนต่อวัตต์สูงกว่าแต่ส่งแสงออกนอกคอร์ตมาก อาจต้องใช้กำลังไฟรวมสูงกว่าระบบที่ควบคุมทิศทางแสงได้ดีกว่า เมื่อออกแบบให้ได้ผลลัพธ์ระดับเดียวกัน
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพจึงควรอยู่บนฐานระดับแสงและความสม่ำเสมอเท่ากัน ขอบเขตพื้นที่เดียวกัน และเงื่อนไขการเสื่อมสภาพเดียวกัน ไม่ใช้จำนวนวัตต์ที่ลดลงเป็นหลักฐานการประหยัดพลังงานโดยไม่ตรวจว่าคุณภาพแสงยังได้ตามเป้าหมาย การลดแสงในช่วงที่ไม่ใช้งานเต็มพื้นที่มีประโยชน์จริง แต่แต่ละโหมดต้องยังเหมาะสมกับกิจกรรมที่เหลืออยู่ในขณะนั้น
CIE 150:2017 เป็นแหล่งทางการด้านผลรบกวนจากแสงกลางแจ้ง ครอบคลุมทั้งผลต่อคนและสิ่งแวดล้อม และเน้นการควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ จึงควรพิจารณาหน้าต่างบ้านใกล้เคียง ถนน ทิศทางมองจากนอกสนาม และช่วงเวลาใช้งานประกอบด้วย ไม่จำกัดการประเมินไว้เฉพาะภายในเส้นสนามเท่านั้น
ข้อควรระวัง: คำว่า "zero spill" หรือไม่มีแสงรั่วเลย ไม่ควรใช้โดยไม่มีขอบเขตกำกับ เพราะแสงตรงจากตัวโคมกับแสงที่สะท้อนจากพื้นเป็นคนละส่วนกัน และข้อจำกัดของพื้นที่หนึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกับอีกพื้นที่หนึ่ง เกณฑ์ตัวเลขจากแหล่งภายนอกต้องระบุที่มาและบริบทเสมอ ไม่อ้าง CIE เป็นกฎหมายไทยโดยอัตโนมัติ
การแข่งขันที่มีกล้องถ่ายทอดต้องประเมินความส่องสว่างบนระนาบที่หันเข้าหากล้อง ความสม่ำเสมอ ค่าสี และการกะพริบของแสงด้วย CIE 083:2019 อธิบายขอบเขตของงานนี้โดยเฉพาะ และระบุตัวเองว่าเป็นเอกสารคำแนะนำ ไม่ใช่ข้อบังคับ จึงไม่ควรนำค่า lux สำหรับสนามทั่วไปไปแปลงเป็นคำรับรอง "พร้อมถ่ายทอดสด" โดยไม่มีรายละเอียดระบบกล้องและข้อกำหนดของรายการแข่งขันนั้นประกอบ
ส่งขนาดสนาม ระดับการใช้งาน และรายการแข่งขันที่ต้องรองรับมาได้เลย ทีมวิศวกร SacredLight สอบถามปรึกษาฟรีทาง LINE
ปรึกษาทีมวิศวกรฟรีทาง LINEITF Facilities Guide ให้ตารางเกณฑ์ Class I/II/III แบบค่าเฉลี่ยแนวนอนรวมพื้นที่ ส่วน LTA แยกพื้นที่ประเมินเป็น Principal Playing Area (PPA) และ Total Playing Area (TPA) อย่างชัดเจนพร้อมระดับแนะนำและระดับขั้นต่ำ ทั้งสองเป็นแนวทางของแต่ละสหพันธ์ ไม่ใช่ข้อบังคับสากลเดียวกัน ต้องระบุว่าใช้เอกสารฉบับใดก่อนนำตัวเลขไปใช้เสมอ
สองสนามอาจมีค่าเฉลี่ยเท่ากันแต่กระจายแสงต่างกัน สนามหนึ่งอาจสว่างเฉพาะกลางคอร์ตและมืดบริเวณที่ผู้เล่นวิ่งรับลูก ต้องดูค่าต่ำสุด ความสม่ำเสมอ และตำแหน่งจุดวัดประกอบเสมอ ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยตัวเดียวตัดสินคุณภาพระบบ
ไม่มีความสูงเสาค่าเดียวที่ใช้ได้กับทุกสนาม ความสูงเสา ระยะห่างระหว่างเสา และมุมเล็งโคมต้องทำงานร่วมกันเสมอ เสาที่สูงขึ้นช่วยเปลี่ยนมุมแสงได้แต่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างและพื้นที่ ต้องคำนวณจากแบบจำลองแสงของแต่ละโครงการจริง ไม่ใช้ตัวเลขความสูงตายตัว
คือผลกระทบจากแสงที่รั่วออกนอกพื้นที่ใช้งานไปรบกวนบ้านเรือน ถนน หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ CIE 150:2017 เป็นแนวทางทางการที่ครอบคลุมประเด็นนี้และเน้นควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ไม่ใช่แก้ไขทีหลัง คำว่า "ไม่มีแสงรั่วเลย" ต้องระบุขอบเขตกำกับเสมอ เพราะแสงตรงจากโคมกับแสงสะท้อนจากพื้นเป็นคนละส่วนกัน
ต้องประเมินความส่องสว่างบนระนาบที่หันเข้ากล้อง ความสม่ำเสมอระหว่างมุมกล้อง ค่าสี และการกะพริบของแสงเพิ่มเติมจากค่าลักซ์แนวราบทั่วไป CIE 083:2019 อธิบายขอบเขตนี้ไว้เป็นแนวทาง ไม่ใช่ข้อบังคับ จึงต้องดูรายละเอียดระบบกล้องและข้อกำหนดของรายการแข่งขันนั้นประกอบก่อนออกแบบเสมอ
หน้าเว็บ โคมไฟสนามเทนนิส LED ออกแบบตามมาตรฐาน ITF, ATP/WTA และ EN 12193
บทความ คู่มือเลือกโคมไฟสนามกีฬา LED มาตรฐานสากล ครบ 5 ประเภทสนาม
บริการ โคมไฟสนามกีฬา พร้อมติดตั้ง
เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight · อ้างอิง: ITF Facilities Guide, BS EN 12193:2018, LTA Lighting Standards, CIE 150:2017, CIE 083:2019 · อัพเดทล่าสุด: กันยายน 2569
16 กันยายน 2569
ผู้ชม 9 ครั้ง